The International Maew Boran Association

พ.ศ 2542  เริ่มมีการจัดประชุม เพื่อกำหนดมาตรฐานแมวไทย  5 สายพันธุ์

 คือ แมววิเชียรมาศ แมวโคราช แมวศุภลักษณ์ แมวขาวมณี และแมวโกญจา

โดยมี ผู้เข้าประชุม 3 ท่านคือ

1.คุณวิจิตร สมานตระกูล ประธานคนรักแมวสยาม

2.กำนันปรีชา พุคคะบุตร ประธานศูนย์อนุรักษ์แมวไทย อัมพวา

3.คุณชูชัย วิเศษจินดาวัฒน์  ประธานชมรมอนุรักษ์แมวโคราชเมืองพิมาย

ได้จัดประชุมขึ้นที่บ้านคุณวิจิตร เนื่องจากเราตระหนักว่าต่อไปข้างหน้า ถ้าแมวไทยทั้ง 5 สายพันธุ์ เริ่มมีต่างชาติสนใจ จะได้ไม่หลงทางไม่ว่าคนไทยหรือต่างชาติจะได้เข้าใจแมวไทยได้ดียิ่งขึ้น และเป็นเอกภาพในแนวเดียวกัน แมวโคราชไทยกับแมวโครชในต่างแดนมีลักษณะที่แตกต่างกันมาก เนื่องจากต่างชาติมีการพัฒนาสายพันธุ์แมวโคราชมาอย่างยาวนาน

ต่อมามีซีเกมส์ที่ โคราช คุณชูชัยได้นำแมวโคราช 1 คู่ ถวายให้พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ซึ่งเป็นที่โปรดปรานของพระองค์มาก และต่อมาเมื่อ พ.ศ 2547ก็ได้ถวายแมวโคราชอีก 1 คู่ ให้ กับคุณพลอยไพลิน เจนเซน แมวไทยกับราชวงศ์อยู่คู่กันมาอย่างยาวนาน

ในวันเสาร์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ.2493 พระราชพิธีเฉลิมพระราชมณเฑียร ซึ่งตามโบราณราชประเพณีถือเป็น “การขึ้นบ้านใหม่” โดยสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีฯ ทรงมอบหมายให้เชื้อพระวงศ์ที่ได้รับคัดเลือกทั้ง 16 คนอยู่ในริ้วขบวนอัญเชิญเครื่องเฉลิมพระราชมณเฑียรเคลื่อนสู่พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน

โดยมี ม.ร.ว.กิติวัฒนา (ไชยันต์) ปกมนตรี เป็นผู้อัญเชิญเครื่องเฉลิมพระราชมณเฑียร ตามเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในงานพระราชพิธีเฉลิมพระราชมณเฑียรทรงอุ้มแมวสีสวาดในวันพระราชพิธี จึงต้องนำแมวมาเลี้ยงไว้ที่บ้านเพื่อทำคุ้นเคยนานนับเดือน และในวันงานยังแต่งด้วยเครื่องทองโบราณสมัยรัชกาลที่ 1 ความหมายของแมวถือกันว่าให้อยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน นี้คือเหตุการณ์สำคัญที่ราชวงศ์เกี่ยวข้องกับแมวไทย

ปัจจุบันนี้ คุณชูชัย วิเศษจินดาวัฒน์  เป็นผู้เพาะพันธุ์แมวโคราชรายใหญ่ที่สุดในประเทศ มีแมวโคราชในฟาร์มประมาณ 70 ตัว มีลูกค้าทั้งไทยและต่างชาติแวะเวียนมาเยี่ยมที่ฟาร์มมากมาย จนต่างชาติขนานนามว่า KING OF KORAT CAT ซึ่งคุณชูชัยอยากให้คนไทยร่วมกันอนุรักษ์แมวไทย และเราสามารถแสดงการอนุรักษ์ โดยนำแมวไปประกวดที่อำเภอพิมาย จะจัดขึ้นใน อาทิตย์ที่ 2 ของเดือนพฤศจิกายน ของทุกปี ในงานประกวด สามารถชิงเงินรางวัล พร้อมถ้วยราชทาน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

สามารถติดต่อ เยี่ยมฟาร์มหรือนำแมวไปประกวด

คุณชูชัย 087-249-9588  บ้านเลขที่ 53 หมู่ 10 ต.รังกาใหญ่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา 30110

ต่อมา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา คุณประวิทย์ ศรีโสภณ ได้เล็งเห็นว่าแมวโคราช มีแหล่งกำเนิดที่พิมาย ควรที่จะอนุรักษ์ไว้ เลยให้มีการจัดตั้งชมรม โดยผู้ประชุมเลือกให้คุณชูชัยเป็น ประธานชมรมอนุรักษ์แมวโคราชเมืองพิมาย นับแต่บัดนั้นเป็นต้นมา และแมวโคราชยังถูกใช้เป็นแมสคอทประจำการแข่งขันกีฬาซีเกมส์มาแล้วถึง 2 ครั้ง ได้แก่ ซีเกมส์ 2528 ที่กรุงเทพมหานครเป็นเจ้าภาพ และ ซีเกมส์ 2550 ที่จังหวัดนครราชสีมาเป็นเจ้าภาพ โดยแมวโคราชตัวนี้มีชื่อว่า "แคน" (Can) อันเนื่องจากแมวโคราชมีถิ่นกำเนิดที่ อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมานั่นเอง

และยังใช้เป็นทั้งสัญลักษณ์และฉายาของสโมสรฟุตบอลนครราชสีมา ในชื่อ "Swat Cat"

เมื่อ พ.ศ 2538 คุณชูชัยได้ไปร่วมงานประกวดแมวที่พัทยา และตามขอซื้อแมวโคราชตัวแรกชื่อแชมป์ เพศเมีย ที่ได้รางวัลจากพัทยา เพิ่งทราบว่าอยู่จอหอ บ้านชงโค อำเภอพิมาย  และได้นำแมวตัวนี้มาผสมกับแมวรองประธานชมรม ชื่อเฮียเหลา ได้ลูกมา 4 ตัว เพศเมียทั้งหมด ในเวลาเดียวกันก็เริ่มจัดการประกวดที่พิมายจนถึงปัจจุบัน มาอีกปีก็ได้พ่อแมวชื่ออ้วน เป็นแมวเพศผู้ที่สวยงามมากๆ เจ้าอ้วนตัวนี้เป็นพ่อแมวที่มีลูกชื่อ หมีน้อย ซึ่งให้ลูกสวยงาม ชื่อพดด้วง อยู่กับคุณอารีย์ อยู่บำรุง ต่อมาหมีน้อยผสมกับแชมป์ ได้ลูกชื่อ นุ่มนวล เป็นแมวที่ได้ถ้วยพระราชทานมากที่สุดในตอนนั้น และมีน้องชื่อเจกับชาเขียว ซึ่งคุณไตรวิทย์ ได้ซื้อไป และทั้ง 2 ท่านก็นำแมวมาประกวดที่พิมายเป็นประจำ

ตามตำราท่านว่าไว้

วิลามาเลศพื้น           พรรณกาย     

ขนดั่งดอกเลาลาย    เรียบร้อย       

โคนขนเมฆมอลาย   ปลอมเศวตร

ตาดุจน้ำค้างย้อย       หยาดต้อง‚สัตตบง

คุณชูชัย วิเศษจินดาวัฒน์  ประธานชมรมอนุรักษ์แมวโคราชเมืองพิมาย

เกิดเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์  พ.ศ.2495 ครอบครัวทำไร่ทำสวน ประมาณ 1,000 ไร่ เริ่มเดิมทีคุณชูชัย ชอบเลี้ยงสัตว์ เริ่มแรกเลี้ยงปลากัดไปขายให้เพื่อนตอนอายุ 7 ขวบ ต่อมาก็เลี้ยงนกยูงเพื่อเพาะขาย รวมถึงนกอีกหลายชนิด เริ่มเลี้ยงแมวเนื่องจากภรรยาเป็นคนชอบแมว เลยเสาะหาแมวมาให้ภรรยาเลี้ยง ช่วงนั้นยังไม่มีโคราชมีแต่วิเชียรมาศ

อาชีพเดิมคุณชูชัย มีโรงงานทำแป้งมันสําปะหลังเป็นกิจการของคุณชูชัยเอง แต่ตอนหลังเลิกกิจการ และหันมาทำไร่มันสำปะหลังแทน

คุณชูชัยกล่าวว่า ในช่วงปี พ.ศ. 2426 ได้มีนักสำรวจชาวฝรั่งเศสและชาวอังกฤษหลายคณะ ทั้งนักประวัติศาสตร์ นักโบราณคดี และนักธรรมชาติวิทยา เข้ามาสำรวจแหล่งโบราณสถานที่ในอำเภอพิมาย พบเห็นว่าชาวพิมายเลี้ยงแมวสีสวาดกันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะบ้านผู้มีฐานะดีจะนิยมเลี้ยงกันเป็นพิเศษ เพราะเชื่อว่าเลี้ยงแล้วจะเกิดโชคลาภและความเป็นสิริมงคล อีกทั้งเป็นแมวชนิดที่ยังไม่เคยพบเห็นในที่ใดๆ มาก่อนในโลก จึงนำไปเลี้ยงและเผยแพร่ให้ชาวโลกรู้จักในชื่อว่า แมวโคราช (Korat cat) ดังนั้น คนทั่วโลกจึงรู้จักแมวสีสวาดในนาม แมวโคราช แมวสีสวาด จัดเป็นแมวขนาดกลาง หากมองผิวเผินจะเห็นเป็นสีเทา แต่เมื่อพิจารณาโดยละเอียดแล้ว แมวสีสวาดสายพันธุ์แท้จะมี สีเทาเงิน (Silver blue) ขนสั้นนุ่มเรียบเป็นมันคล้ายกำมะหยี่ เมื่อสะท้อนกับแสงสว่างจะเห็นชัดเจน สีของโคนขนจะมีสีเทา ส่วนตรงปลายจะมีสีเงินคล้ายดอกเลา จึงมีชื่อบันทึกในสมุดข่อยโบราณว่า แมวมาเลศ หรือแมวดอกเลา สีของขนแมวจะมีสีเดียวตั้งแต่เกิดจนตาย หากมีสีอื่นปลอมปนเพียงเล็กน้อย (สีขาว) ก็ถือว่าไม่ใช่สายพันธุ์แท้ นอกจากนี้ ยังมีลักษณะเด่นสำคัญหลายประการคือ มีลำตัวค่อนข้างกลมกว่าแมวไทยชนิดอื่นๆ โครงกระดูกแข็งแรง หลังโค้ง ช่วงขาได้สัดส่วนกับลำตัว อุ้งเท้าเป็นรูปไข่ มีหางยาวปานกลาง โคนหางใหญ่แล้วค่อยเรียวกลมไป จนถึงปลายสุด รูปศีรษะเมื่อดูจากด้านหน้าจะเป็นรูปหัวใจชัดเจน มีจมูกสั้น กรามและคางแข็งแรง หูใหญ่ ตั้งสูงเด่น ดวงตาใหญ่และเบิกกว้างเป็นประกายแวววาวเด่นชัด สีของตาในขณะยังเล็กๆ จะมีสีฟ้า เมื่อโตขึ้นจะกลายเป็นสีเหลืองสด และจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวหรือเหลืองอำพันเมื่อโตเต็มที่แล้ว

Breeder:  Chuchai Wisetjindarat

The Korat Cat Conservation Center - Phimai, Thailand